
ห้องข้าวพะเนียดเป็นร้านขายข้าวที่สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยมีเจ้าของคนปัจจุบันคือ คุณพชร ดําสุวรรณ
(ทายาทรุ่นที่สอง) ผู้มีความสนใจเกี่ยวกับข้าวพื้นเมืองมาตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อเติบโตขึ้นจึงมาสืบทอดกิจการต่อจากคุณพ่อและคุณแม่ โดยมีภรรยา คุณมณีกานต์ ดําสุวรรณ เป็นผู้ร่วมพัฒนากิจการ
ร้านห้องข้าวพะเนียดตั้งอยู่ที่สี่แยกตลาดแขก ถนนพะเนียด ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ มีจุดสังเกตคือ
ฮอกวัว (กระดิ่งไม้แขวนคอวัว) ห้อยประดับตกแต่งหน้าร้านจนกลายเป็นเอกลักษณ์ ร้านแห่งนี้ไม่ใช่เพียงร้านขายข้าวทั่วไป แต่ผสมผสานความเป็นดั้งเดิมและรากเหง้าของชาวนาผ่านการตกแต่งร้านด้วย "เขาควายและกระบุง" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งวิถีชีวิตชาวนาในสมัยก่อน
บนเส้นทางกว่า 50 ปี ของคุณพชร ในวัย 66 ปี เรื่องราวของข้าวที่นี่ไม่ได้เป็นแค่สินค้าเพื่อการค้าขาย แต่เป็นความผูกพันระหว่างข้าวและผู้คน ด้วยประสบการณ์ที่เติบโตในธุรกิจโรงสีข้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ทําให้คุณพชรมีความเข้าใจในคุณภาพและการคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวอย่างรอบด้าน
อะไรคือจุดเริ่มต้นของการทําธุรกิจห้องข้าวพะนียด
ผมเกิดจากลุ่มน้ําปากพนัง เราเริ่มจากคนทํานามาก่อน พอผมเกิด ที่บ้านเขาก็สร้างโรงสีขึ้นมา
ผมก็คลุกคลีเรื่องข้าวตั้งแต่เกิดและยังทำมาจนถึงปัจจุบันนี้ แล้วผมยังมีโอกาสได้ไปเรียนด้านการเกษตร ทีนี้เราก็ยิ่งเข้าใจบทบาทไปอีกทางหนึ่งด้วย

ทําไมถึงไม่ทําโรงสีข้าวต่อจากครอบครัวแต่หันมาเปิดห้องข้าวพะเนียด
โรงสีก็ยังทําอยู่นะครับ แต่ว่าผมอยากจะให้คนที่รับประทานข้าวได้กินข้าวที่บริสุทธิ์
บางทีเราไปภูเก็ตกินอย่าง สุราษฎร์กินอย่าง ข้าวมันจะมีความสม่ําเสมอจะไม่เหมือนกัน ทีนี้เราอยากจะให้มันเป็นข้าวที่ว่ากินแล้วมันอร่อย มันคงสายพันธุ์อยู่ได้ ก็เลยอยากจะทํา อยากจะรักษาส่วนนี้ให้ต่อลูกรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป
ห้องข้าวพะเนียดขายเป็นข้าวพันธุ์อะไรบ้าง
ข้าวในร้านจะมีร้อยสายพันธุ์ข้าว แต่เป็นฤดูกาลเพราะข้าวนี่มันจะมีการผลิตเป็นฤดูกาล ภาษาใต้เขาเรียก “ข้าวหยาม” มันจะมีฤดูกาลเดือนหก เจ็ด แปด เก้า ถ้าเป็นภาคกลางมันก็มีข้าวเป็นฤดูกาลอีก
คือทางร้านเราจะมีข้าวทุกชนิด แต่ว่ามันไม่มีตลอดเพราะว่าแล้วแต่การผลิต
ทําไมถึงเลือกขายข้าวพื้นเมืองของภาคใต้หรือข้าวหัวไทร
ข้าวนี้เป็นข้าวพื้นเมืองของสายใต้ครับ ช่วงที่ผ่านมาคือตลาดมันขายไม่ได้ พอเอาไปทําเป็นข้าวเปลือก
ขายให้ไก่กิน ผมก็เกิดไอเดีย อยากจะช่วยก็เลยไปซื้อมาสีแล้วก็ทําการตลาดให้จริงๆ เขาก็ลืมไปแล้วนะข้าวตัวนี้

ข้าวพันธุ์พื้นเมืองงภาคใต้มีความพิเศษและมีความแตกต่างอย่างไร
ข้าวสังข์หยด คือคําว่าสังข์หยดมันมีปลูกทั่วไม่ใช่ว่าที่พัทลุงอย่างเดียว สังข์หยดจะมีลักษณะข้าว
เป็นสีแดงเป็นข้าวกล้อง ถ้าอยากจะทําเป็นข้าวมันแกง เราก็ขัดขาว ข้าวตัวเดียวกันแต่เวลาเราสี
เราสามารถทําอาหารได้สองอย่าง
อีกตัวก็เป็นข้าวหอมหัวไทร ตัวนี้เม็ดมันจะยาวกว่าข้าวเล็บนก มันจะนิ่มกว่าแล้วแต่อายุ หรือเราจะเรียกว่า ข้าววันสั้น คืออายุการเก็บเกี่ยวมันไม่มาก ที่ร้านจะขายดีทุกตัว เพราะว่าหนึ่งราคาไม่สูง
กินอร่อย คุณภาพก็โอเค ที่ราคาไม่แพงเพราะว่ามันผลิตจากนคร เราไม่ต้องมีค่าขนส่ง สมมติว่าเราไปวิ่งมาจากอีสาน มันก็มีค่าขนส่งหลายอย่าง แต่นี่มันอยู่ใกล้เราก็ได้ประหยัดต้นทุนประหยัดแรงงาน
แล้วจะช่วยเกษตรกรด้วย
ทำไมถึงอยากส่งเสริมพันธุ์ข้าวท้องถิ่น
ผมอยากจะสนับสนุนข้าวพื้นเมืองภาคใต้ บางอย่างมันหายไปจากท้องถิ่น ผมอยากจะส่งเสริมเลยเอา
ข้าวพื้นเมืองเข้ามาขาย ข้าวพื้นเมืองมีประโยชน์หลายอย่าง ทําได้หลายอย่าง ทําขนมก็ดีเหมือน
ข้าวเล็บนก ข้าวสังข์หยด ข้าวไร่ ข้าวเขือ มันมีเป็นร้อยสายพันธุ์ เมื่อมีค่าตรงนี้ท้องถิ่นมันก็มีการ
แลกเปลี่ยน มีงานทํา ถ้าเรามีจิตใจคิดถึงว่า กว่าจะปีนึง กว่าจะเป็นรวง กว่าจะเป็นเม็ดมันใช้เวลา
ผมก็เลยอุทิศทําเพื่อตรงนี้จริงๆ คือผมอินกับตรงนี้แล้ว
เอกลักษณ์ประจําร้ านที่เห็นเป็นกระบุงใส่ข้าว มันเริ่มมาจากอะไร
เหมือนกับแรงบันดาลใจ เห็นเขาหาบกระบุงขาย เกิดปิ๊งไอเดียไปติดต่อว่าจะทํา เขาบอกว่าทําได้ผมก็สั่งทําเลย เหมือนกับว่าเขามาสร้างแบรนด์ให้กับผม กระบุงลูกนี้ก็ประมาณ 40 กว่าปีและมันก็แข็งแรงทนทานด้วย เห็นร้านอื่นเขาใส่กระสอบป่านมันก็เหมือนๆ เพื่อน เราต้องคิดออกไปนอกกรอบ พอไม่เหมือนเพื่อน พอเห็นมันก็สะดุดตา อยากแวะ อยากซื้อ อยากมาใช้บริการ น่าจะมีร้านเดียวในประเทศไทย ที่สามารถสัมผัสเมล็ดข้าวได้ เหมือนกับมาคาเฟ่มานั่งแบบสบายๆ มาชมอะไรก็ได้ไม่เคยไล่ลูกค้า
พอเอาข้าวใส่กระบุงขายทำให้มีปัญหาเรื่องแมลงหรือมอดไหม
ประมาณ 4-5 วันเราก็ต้องทําความสะอาดครั้งนึง ทุกอย่างจะมีฝาปิดหมด ถ้าอยู่แบบนี้มันไม่ชื้น มันมีการระบาย ถ้าที่มันไม่อับ มันก็ไม่เกิดเชื้อโรค แล้วก็เติมข้าวใหม่ทุกวัน
ทำอย่างไรให้ข้าวของร้านเราเป็นที่ต้องการของลูกค้า
คือลูกค้าที่ต้องการแล้วแต่วัตถุประสงค์จะเอาไปทําอะไร สมมุติว่าจะทําข้าวหมก เราก็มีข้าวเป็นมะลิที่เก่าสองปี สามปีข้าวเหลือง ข้าวแข็งนิดนึง ถ้าเอาไปทําข้าวผัด เราก็มีข้าวอีกตัว ถ้าใครชอบข้าวนิ่ม
เรามีมะลิใหม่ วิธีการสีของที่ร้านนั้นเราจะสีจากเปลือก จากประสบการณ์ที่เราทําโรงสีเราสามารถรู้ได้ว่า
ทํายัง ไงที่มันกินอร่อย เราก็เอาจากการเรียนรู้มาใช้กับร้านเรา มันเกิดความประทับใจกับลูกค้า
อะไรคือสิ่งที่ทำให้ห้องข้าวพะเนียดเกิดการบอกต่อในกลุ่มลูกค้า
ผมว่าต้องใช้เวลา กว่าจะสร้างขึ้นมาได้มันต้องใช้เวลาทุกอย่าง คือเราก็ทําสนุกๆ ตอนนั้นข้าวที่บ้านโรงสีนคร เขาสีไปขายภูเก็ต คือรุ่นแม่ผมทํามาแล้ว แต่ผมยังไม่อยากขายปลีก อยากจะขายแบบสบาย จากหลายปีคนก็บอกต่อ ลูกค้าบางที ข้าราชการเขาจะย้าย เขามาบอกว่า ลุงจะไปตรงนู้นแล้ว เขาจะไปอยู่ระนองแล้ว
เขาจะไปอยู่กรุงเทพแล้ว เขาจะย้ายแล้ว ก่อนไปเขายังมาบอกผม คือความประทับใจที่เราบริการ เราดูแลเขา

พอมีห้างสรรพสินค้าเข้ามาในท้องถิ่น ร้านปรับตัวอย่างไรบ้าง
ผมเอาความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้งทุกอย่าง ความเอาใจใส่พันธุ์ข้าว กินกี่ครั้งก็เหมือนทุกครั้ง ไม่เหมือน
ลดแลกแจกแถม เป็นร้านแรกที่ใช้เครื่องชั่งดิจิตอลไม่มีที่ว่าชั่งไม่ถึง น้ําหนักไม่ขาดไม่เคยมีตรงนี้ที่มัน
ยืนหยัดอยู่ได้
ทําไมธุรกิจของห้องข้าวพะเนียดถึงอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้
ผมว่าความเป็นคนไทย เรามีจิตใจโอบอ้อมอารีเราเอื้ออาทรกัน มันไม่มีปัญหาอะไรหรอก มันยังมีธุรกิจ
ท้องถิ่นอยู่ ไม่ล้มหายตายจาก แต่เราจะปรับตัวยังไงแค่นั้น มันขึ้นอยู่กับความสามารถของเรา
เราหาจุดที่แตกต่างจากเขา
ตลอดเส้นทางชีวิตที่อยู่กับข้าวมานาน ข้าวสอนอะไรบ้าง
สอนสมาธิ สอนคุณค่า ข้าวเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มันก่อเกิดถึงความเป็นตัวตนของคนขึ้นมา
เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กําเนิดชีวิตให้ทุกอย่าง

ช่างภาพ
วศิน บุญมร
.jpg)
เรียบเรียงเนื้อหา
นันทิกานต์ บุบผัน
.jpg)
เขียนบท
ณัฐนันท์ เศลาอนันต์
.jpg)
ตัดต่อวิดีโอ
สุพรรษา หลักมั่น
.jpg)
ช่างภาพวิดีโอ
อิศม์เดช กิมาคม
.jpg)
ครีเอทีฟ
วรรณิภา ปานหงษ์
.jpg)




